6 ข้อควรรู้ รอดได้ เมื่อเกิดเพลิงไหมั รับมือได้ทัน#greenlibrary #greenbsru

6 ข้อควรรู้ รอดได้ เมื่อเกิดเพลิงไหมั รับมือได้ทัน

6 ข้อควรรู้ รอดได้ เมื่อเกิดเพลิงไหมั รับมือได้ทัน#greenlibrary #greenbsru

เมื่อเหตุ “ไฟไหม้” อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด! ควรเรียนรู้วิธีการรับมือเมื่อเกิดเหตุ “ไฟไหม้” ขึ้นว่าคุณต้องทำอย่างไรบ้าง?

ก่อนอื่นต้องบอกว่าหากเหตุผิดปกติใดๆ ขึ้นมา คนเราจะมีสัญชาตญาณการเอาตัวรอดอยู่แล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์ “ไฟไหม้” ฉับพลันขึ้นสิ่งแรกที่คนเราจะทำคือ ช่วยเหลือตัวเองให้รอดปลอดภัยและออกจากสถานที่เสี่ยงภัยให้เร็วที่สุด ซึ่งบางคนก็อาจจะยังไม่รู้วิธีการที่ถูกต้อง  แนะนำวิธีปฏิบัติตนและอพยพออกจากอาคารที่เกิดเพลิงไหม้อย่างปลอดภัย เอาไว้ดังนี้

1. ตั้งสติให้ดี 

อย่างแรกคือต้องตั้งสติก่อน ไม่ตื่นตระหนก และประเมินสถานการณ์ในเบื้องต้นว่าเหตุไฟไหม้ที่เกิดขึ้นนั้นมีความรุนแรงแค่ไหน และอยู่ใกล้ตัวมากแค่ไหน 

2. กดสัญญาณเตือนภัย

หากเป็นเหตุไฟไหม้ที่อยู่ในสำนักงานหรือออฟฟิศที่ทำงาน ส่วนใหญ่มักจะติดตั้งปุ่มกดเตือนภัยเอาไว้ หากพบว่ามีประกายไฟหรือเกิดควันที่ทำให้แน่ใจว่าเกิดไฟไหม้ขนาดใหญ่แน่ๆ ควรตะโกนบอกทุกคนที่อยู่ในพื้นที่นั้นให้ทราบทั่วกัน แล้วให้รีบกดสัญญาณเตือนภัยทันที

3. โทรศัพท์แจ้ง 199

ในกรณีที่เกิดเหตุ “ไฟไหม้”  ไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้ในบ้านเรือน ในชุมชน หรือในสำนักงาน หลังจากกดสัญญาณเตือนเพลิงไหม้แล้ว ให้เตรียมพร้อมอพยพออกจากพื้นที่เกิดเพลิงไหม้ และรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่เบอร์ 199 ทันที

4. ใช้ถังดับเพลิง

ในกรณีที่เกิดเหตุ “ไฟไหม้” เพียงเล็กน้อย ให้ใช้ถังดับเพลิงควบคุมเพลิงในเบื้องต้นก่อน แล้วจึงค่อยโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาควบคุมเพลิงในบางส่วนที่อาจหลงเหลืออยู่

5. ใช้ผ้าชุบน้ำปิดปากและจมูกเมื่อพบควันให้หมอบคลานต่ำ

ขั้นตอนนี้เป็นการเริ่มอพยพออกจากพื้นที่ที่เกิดเพลิงไหม้ เริ่มจากใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกและปาก หรือใช้ถุงพลาสติกใสขนาดใหญ่อัดอากาศบริสุทธิ์แล้วนำมาครอบศีรษะ เพื่อป้องกันการสูดดมควันไฟเข้าสู่ร่างกายที่อาจจะทำให้หมดสติและเสียชีวิต

6.ห้ามใช้ลิฟท์

ห้ามใช้ลิฟต์ในการอพยพหนีไฟ เพราะเมื่อเกิดเพลิงไหม้ไฟฟ้าจะดับ ทำให้ติดค้างภายในลิฟต์ ขาดอากาศหายใจเสียชีวิตได้ แต่ให้ใช้บันไดหนีไฟในการอพยพออกจากอาคาร เนื่องจากมีช่องระบายอากาศ จึงช่วยลดการสูดดมควันไฟเข้าสู่ร่างกาย และไม่ควรไม่ใช้บันไดภายในอาคารเป็นเส้นทางอพยพหนีไฟ เพราะบันไดมีลักษณะเป็นปล่อง ทำให้ควันไฟและเปลวเพลิงลอยขึ้นมาปกคลุม จึงเสี่ยงต่อการสำลักควันไฟและถูกไฟคลอกเสียชีวิต 

——

  #greenlibrary #greenbsru 

ไอเดีย ลดโลกร้อนง่ายๆ#greenlibrary #greenbsru

ไอเดีย ลดโลกร้อนง่ายๆไอเดีย

ชวนพก 4 ของอย่าง #greenlibrary #greenbsru

5 ไอเดียลดโลกร้อนง่าย ๆ

กระแสรักษ์โลก ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเป็นหน้าที่ของหน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่งเท่านั้น เพราะเราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมช่วยกันคนละเล็กละน้อย เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้ดีขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นไปด้วย  มี 5 ไอเดียใกล้ตัว ที่เราสามารถทำได้ง่าย ๆ เพื่อช่วยรักษ์โลก และดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น

1.ใช้ขนส่งสาธารณะ ให้มากขึ้นเช่นรถบัส รถไฟฟ้า ขี้จักรยานหรือเดินไปเอง

2.ลดการใช้พลาสติก เช่น การนำขวดน้ำพกพา หรือถุงลดการใช้พลาสติกผ้าเพื่อใช้ซ้ำๆได้ หรือการนำถุงพลาสติกที่ได้มาใส่ของหลายๆครั้ง

3.ซ่อมแซมเครื่องใช้ ของใช้ส่วนตัว ก่อนที่จะตัดสินใจทิ้งหรือนำไปบริจาคแทน เพื่อหมุนเวียนสินค้าให้เคิดประโยชน์สูงสุด

4.ปิดน้ำ ปิดไฟทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้ หากไม่ได้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าความปลอดภัยนานๆ ควรถอดปลั๊กออกเพื่อความปลอดภัย

5.ปลูกต้นไม้รอบๆ บ้านของเรา หรืออาสาปลูกป่าตามพื้นที่ต่างๆ เพิ่มอ๊อกซิเจนให้บรรยากาศ และได้ความร่มรื่น สดชื่นกลับมาด้วย

——

  #greenlibrary #greenbsru 

ชวนพก 4 ของอย่าง #greenlibrary #greenbsru

ชวนพก 4 ของอย่าง ตัวช่วยให้โลกดี

ชวนพก 4 ของอย่าง #greenlibrary #greenbsru

ประเด็นเรื่องขยะและภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจกันมากขึ้น เริ่มหันมาดูแลโลกกันมากขึ้น หลีกเลี่ยงการสร้างขยะจากกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน และหันมาใช้อุปกรณ์ที่ไม่สร้างขยะแทน ชวนพกของ 4 สิ่งง่ายๆ เพื่อลดขยะให้ลดลงกันเถอะ 

1.พกกระติกน้ำส่วนตัว เวลาไปสั่งเครื่องดื่มตามร้านชา-กาแฟ ก็แค่ยื่นแก้วหรือกระติกของเราให้พนักงานเติม แทนการใส่แก้วผลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งได้อีกด้วย

2.พกกระเป๋าผ้า เพียงพับถุงผ้าเล็ก ๆ น้ำหนักเบาใส่เตรียมไว้ในกระเป๋า เพื่อให้พร้อมสำหรับหยิบใช้งานเสมอก็เป็นวิธีช่วยลดปริมาณขยะที่เกิดจากถุงพลาสติกได้แล้ว

3.พกช้อนส้อม กล่องข้าว ลดขยะจากภาชนะใช้แล้วทั้งใช้ภาชนะที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่แทนกล่องโฟม เพียงเท่านี้ขยะจากพลาสติกก็น้อยลงไป 1 ชิ้นแล้ว ถ้าทำแบบนี้ทุกวันจะช่วยลดขยะจากกล่องโฟมได้มากแค่ไหนกัน

4.พกหลอดแสตนเลสลด หลีกเลี่ยงการใช้หลอดพลาสติก อันเป็นปัญหาขยะที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ เพราะฉะนั้นหากไม่จำเป็น ก็ไม่ต้องขอหลอดพลาสติก แต่เปลี่ยนมาใช้หลอดแบบ Reusable อย่างหลอดแสตนเลสหลอดซิลิโคนแทน

——

  #greenlibrary #greenbsru 

การจัดการขยะ#greenlibrary #greenbsru

แยกขยะให้ถูกวิธี ดีต่อเรา ดีต่อโลก!

การจัดการขยะ#greenlibrary #greenbsru

วันนี้คุณแยกขยะถูกวิธีแล้วหรือยัง? หมดยุคของการทิ้งขยะรวมกันในถังเดียวแล้ว!!! เพราะ การแยกขยะช่วยโลกได้มากกว่าที่คิด มาดูกันว่าแยกขยะยังไงให้ถูกวิธี นำกลับมารีไซเคิลได้ไม่ยาก การแยกขยะนอกจากจะช่วยเซฟโลก ยังเซฟเจ้าหน้าที่กำจัดขยะ

รู้จักของประเภทถังขยะ

1.ถังสีเขียว ขยะอินทรีย์คือขยะมูลฝอยที่เน่าเสียและย่อยสลายได้เร็ว ใช้ประโยชน์โดย นำไปใช้ในการเกษตร เช่น เป็นอาหารสัตว์ ปุ๋ย น้ำหมัก หรือก๊าซชีวภาพ

2.ถังสีเหลือง ขยะรีไซเคิลคือขยะมูลฝอยที่สามารถนำมารีไซเคิลหรือขายได้ ใช้ประโยชน์โดยนำไปเข้ากระบวนการรีไซเคิลเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่

3.ถังสีน้ำเงิน ขยะทั่วไปคือขยะมูลฝอยที่สลายไม่ได้ไม่เป็นพิษแต่ไม่คุ้มค่าการรีไซเคิลจัดการโดย นำไปฝังยังกลบหรือเข้าเตาขยะ

4.ถังสีแดง ขยะอันตรายคือขยะมูลฝอยที่มีอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม กำจัดโดย การปรับเสถียรเฝังกลบการกำจัดโดยระบบเตาเผา

——

  #greenlibrary #greenbsru 

6 วิธี ประหยัดน้ำมัน ง่ายๆ#greenlibrary #greenbsru

6 วิธี ประหยัดน้ำมัน ง่ายๆ

6 วิธี ประหยัดน้ำมัน ง่ายๆ#greenlibrary #greenbsru

ขับรถแบบนี้ไม่ว่าจะยุคไหน ก็ประหยัดน้ำมันได้! “ค่าน้ำมัน” เป็นค่าใช้จ่ายหลักของทุกคนที่มีรถยนต์ ซึ่งการที่รถใช้น้ำมันมากกว่าปกตินั้น เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุทั้งจากพฤติกรรมการใช้รถ  มี 6 วิธีประหยัดน้ำมันง่ายๆ มาแนะนำเพื่อช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติให้ยั่งยืน

1. ประหยัดน้ำมันด้วยการไม่ขับรถเร็ว ขับรถด้วยความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด ที่ความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชม.ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่าย

2. ไม่ขับก็ดับเครื่อง ไม่ควรติดเครื่องยนต์ขณะจอด เพราะเพียง 5 นาทีก็ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันถึง 3 ลิตร และไม่ปรับแต่งล้อยางให้ใหญ่กว่ามาตรฐาน เพื่อลดการใช้ความเร็วรอบสูง เมื่อเร่งเครื่อง ซึ่งจะสิ้นเปลืองน้ำมัน

3.ตรวจวัดลมยางอย่างสม่ำเสมอ ตรวจเช็คและเติมลมยางให้เหมาะสมหากลมยางแข็งเกินไปจะทำให้ยางรถแยก แต่หากลมยางอ่อนเกินไป จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันอ่อน

4.อย่าบรรทุกของที่มีน้ำหนักมากเกินไป ไม่ควรขนของเยอะจนเกินความจำเป็นเพราะจะต้องรถยนตร์ทำงานหนักมากขึ้นและในการใช้ความเร็ว แนะนำให้เลือกเฉพาะสิ่งของที่จำเป็นเพียงเท่านี้ช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้นอีกด้วย

5.ตรวจเช็คสภาพรถเป็นประจำ  ควรตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ปีละ 1 ครั้งและทำความสะอาดไส้กรองทุกๆ2-4สัปดาห์ช่วยประหยัดน้ำมันได้ประมาณ ร้อยละ 3-9

6.ทางเดียวกันไปด้วยกัน ครั้งละหลายๆคน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ลดลง

——

  #greenlibrary #greenbsru 

8 วิธีประหยัดน้ำ #greenlibrary #greenbsru

8 วิธีประหยัดน้ำ ทรัพยากรน้ำมีวันหมด ใช้ทุกหยดอย่างรู้คุณค่า

8 วิธีประหยัดน้ำ #greenlibrary #greenbsru

ปัญหาขาดแคลนน้ำโดยเฉพาะน้ำสะอาดคุณภาพดีเพื่อนำมาใช้อุปโภคบริโภค เป็นปัญหาที่สำคัญไม่แพ้ปัญหาทางทรัพยากรอื่น ๆ ในปัจจุบัน ซึ่งการขาดแคลนน้ำเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุไม่ว่าเป็นสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง แหล่งต้นน้ำถูกทำลายไปจนถึงจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการ การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะร่วมมือกัน มี8 วิธีประหยัดน้ำ มาแนะนำเพื่อช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติให้ยั่งยืน

1.แปรงฟันใช้แก้วรองน้ำ ใช้แก้วรองน้ำไว้บ้วนปากลดการสิ้นเปลืองน้ำ

2.น้ำเหลืออย่าทิ้ง หากดื่มน้ำไม่หมด นำไปรดน้ำต้นไม้ต่อได้

3.ล้างรถใช้ถังรองน้ำ ใช้ถังรองน้ำเวลาล้างรถทำให้ไม่สิ้นเปลืองน้ำ

4.เช็ดคราบอาหารก่อนล้างจาน ช่วยลดปริมาณการใช้น้ำในการล้างได้

5.ชักผ้าครั้งละมากๆ ซักผ้าปริมาณที่มากๆ ช่วยให้ประหยัดทั้งน้ำและผงซักฟอก

6.รดน้ำต้นไม้ด้วยบัวรดน้ำ ใช้บัวรดน้ำแทนการใช้สายยางรดน้ำต้นไม้

7.อาบน้ำด้วยฝักบัว ใช้ฝึกบัวอาบน้ำจะทำให้ประหยัดน้ำได้มากที่สุด

8.รองน้ำไว้ใช้ รองน้ำเก็บไว้ใช้ยามที่เกิดเหตุฉุกเฉิน น้ำไม่ไหล

——

  #greenlibrary #greenbsru 

7 วิธีดูแลสิ่งแวดล้อมง่ายๆ ที่เริ่มจากตัวเรา#greenlibrary #greenbsru

7 วิธีดูแลสิ่งแวดล้อมง่ายๆ ที่เริ่มจากตัวเรา

7 วิธีดูแลสิ่งแวดล้อมง่ายๆ ที่เริ่มจากตัวเรา#greenlibrary #greenbsru

หนึ่งในปัญหาของโลกที่ดำเนินเกิดขึ้นมาอย่างเนิ่นนาน นั่นก็คือ ปัญหาสิ่งแวดล้อม

ปัญหาสิ่งแวดล้อมเกิดจากการที่มนุษย์ได้นำทรัพยากรจากธรรมชาติมาใช้ จนเกิดการเผาไหม้ขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศ หรือ ปัญหาการทิ้งขยะเน่าลงในแม่น้ำลำคลอง จนน้ำเกิดความเน่าเสีย ทำลายระบบนิเวศในน้ำ ก่อให้เกิดก๊าซพิษ เป็นต้น เพราะฉะนั้นมันถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะต้องหันมาตระหนัก และร่วมมือร่วมใจกันเพื่อช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่สืบต่อไป วิธีการที่มาแนะนำให้ปฏิบัติตามเป็นวิธีเรียบง่าย สามารถทำได้ในชีวิตจริงอย่างไม่ลำบาก รวมทั้งปลูกฝังลูกหลานให้ทำตามได้อีกด้วย

7 วิธีดูแลสิ่งแวดล้อมง่ายๆ ที่เริ่มจากตัวเรา มาแนะนำเพื่อช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติให้ยั่งยืน

  1. ใช้กระดาษทั้งสองด้าน

ก่อนจะทิ้งกระบวนการผลิตกระดาษมีส่วนที่ทำให้เกิดการตัดต้นไม้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องแน่ใจว่ากระดาษแต่ละแผ่นได้ถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุดแล้ว

2. เลือกใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก

เลือกใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีความสวยงาม คงทน ผลิตจากวัสดุธรรมชาติทดแทนการใช้พลาสติก

3. ขยะสดแปรรูปเป็นปุ๋ยได้

ขยะเหลือใช้ในแต่ละวันที่หลายๆคนไม่เห็นคุณค่าอย่างเปลือกส้มสมารถนำมาผสมกับน้ำตาลทรายเพื่อทำน้ำเอนไซม์ ช่วยให้ต้นไม้งอกงามดี

4. แยกขยะก่อนทิ้ง

ข้อดีของการแยกขยะก่อนทิ้งจะช่วยลดขยะที่จะต้องนำไปกำจัดน้อยลงเพราะขยะบางอย่างสามารถนำกลับไปรีไซเคิล เป็นการช่วยลดสภาวะโลกร้อนได้อีกทางหนึ่ง

5. ปลูกต้นไม้

การปลูกต้นไม้นอกจากจะเป็นการสร้างบรรยากาศให้สดชื่นแล้ว ยังช่วยฟอกอากาศให้เราได้ด้วยเพราะต้นไม้จะดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปใช้ในการสังเคราะห์แสง

6. พกกระติกน้ำให้เป็นนิสัย ใช้แทนแก้วน้ำพลาสติก

การพกกระติกน้ำให้เป็นนิสัยไม่ได้ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียวแต่ยังช่วยฝึกให้เราเป็นคนดื่มน้ำบ่อยๆช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในร่างกาย

7. ไม่รับถุงพลาสติก

อีกหนึ่งวิธีรักษาสิ่งแวดล้อมง่ายๆก็คือการเลือกใช้ถุงผ้าแทนการใช้ถุงพลาสติก

——

  #greenlibrary #greenbsru 

5 วิธีรับมือ ฝุ่น PM 2.5 #greenlibrary #greenbsru

5 วิธีรับมือ ฝุ่น PM 2.5

5 วิธีรับมือ ฝุ่น PM 2.5 #greenlibrary #greenbsru

ในผ่านมา ประเทศไทยได้เริ่มเผชิญกับภัยฝุ่น PM 2.5 ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพที่ยากจะหลีกเลี่ยง เพราะฝุ่นละอองขนาดเล็กนี้สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ถุงลมในปอด และกระแสเลือดโดยตรง สามารถเข้าหลอดเลือดหัวใจและสมอง รวมถึงมีผลกระทบกับผิวหนังและดวงตา เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ มากมาย มี 5 วิธีในการรับมือกับฝุ่น PM 2.5 มาแนะนำเพื่อช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติให้ยั่งยืน

  1. สวมหน้ากากอนามัย+ทิชชู่ หรือ หน้ากาก N95
  2. พักผ่อนให้เพียงพอ ควรพักผ่อนอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง
  3. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง
  4. ควรพบแพทย์ เมื่อรู้สึกว่ามีอาการผิดปกติ
  5. ติดตามข่าวสารสถานการณ์ฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ

——

  #greenlibrary #greenbsru 

6 วิธี ประหยัดค่าไฟ#greenlibrary #greenbsru

6 วิธี ประหยัดค่าไฟ ช่วงหน้าร้อน

6 วิธี ประหยัดค่าไฟ#greenlibrary #greenbsru

เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนอันแสนร้อนระอุของประเทศไทย การใช้พลังงานไฟฟ้าก็เพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว มี 6 วิธี ประหยัดค่าไฟ ช่วงหน้าร้อน มาแนะนำเพื่อช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติให้ยั่งยืน

  1.  เปิดหน้าต่างรับลม รับแสงธรรมชาติ

การเปิดหน้าต่างจะช่วยประหยัดไฟได้ดี เพราะช่วยให้แสงและลมธรรมชาติหมุนเวียนเข้ามาในบ้านได้อย่างเต็มที่ จะทำให้บ้านสว่างและเย็นโดยไม่ต้องเปิดไฟหรือเครื่องปรับอากาศ

2. ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้งาน

การเสียบปลั๊กทิ้งไว้ แม้ไม่ได้มีการเชื่อมต่อ ยังทำให้มีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนอยู่ ดังนั้นเพื่อการประหยัดไฟ เมื่อใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าเสร็จแล้วควรปิดและถอดปลั๊กหลังจากเลิกใช้งานทุกครั้ง

3. เลือกใช้หลอดไฟ LED แทนหลอดไฟธรรมดา

หลอกไฟ LED ให้แสงสว่างมากกว่าหลอดไฟแบบธรรมดา แต่กินไฟน้อยกว่า และมีอายุการใช้งานที่มากกว่า ที่สำคัญคือเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และไม่เสี่ยงอันตรายจากรังสี UV หรือสารตะกั่วเหมือนหลอดไฟธรรมดาทั่วไป

4. เปิดแอร์ในอุณหภูมิที่เหมาะสม 25 องศาเซลเซียส

ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส เย็นสบายกำลังดี แถมช่วยประหยัดค่าไฟได้มากกว่าการตั้งอุณหภูมิที่ต่ำลง นอกจากนี้การปิดเครื่องปรับอากาศเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง ก่อนออกจากห้อง สามารถช่วยประหยัดไฟฟ้าได้เช่นกัน

5. ไม่เสียบปลั๊กชาร์จโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทิ้งไว้ เมื่อแบตเตอรี่เต็มแล้ว

โดยปกติแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือจะชาร์จเต็มภายในไม่กี่ชั่วโมง การเสียบชาร์จทิ้งไว้แม้แบตเตอรี่เต็มแล้วจะทำให้กินไฟ และเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ เราจึงควรถอดปลั๊กออกทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยและช่วยประหยัดไฟได้มากกว่า

6. เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5

ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 บ่งบอกระดับการใช้ไฟฟ้าและข้อมูลเบื้องต้น รวมถึงประสิทธิภาพ ค่าใช้จ่ายต่อปี เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม และประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

——

  #greenlibrary #greenbsru 

สื่อความรู้สิ่งแวดล้อม#greenlibrary #greenbsru

5 สัญลักษณ์บนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สื่อความรู้สิ่งแวดล้อม#greenlibrary #greenbsru

   สัญลักษณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นกลไกการสื่อสารและบ่งบอกความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้บริโภคทราบ เป็นฉลากที่มอบให้แก่ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ที่ทำหน้าที่อย่างเดียวกัน เป็นข้อมูลที่ทำให้ผู้บริโภคทราบว่าผลิตภัณฑ์นั้นเน้นคุณค่าทางสิ่งแวดล้อมและสามารถเลือกซื้อสินค้าที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการบริโภคทรัพยากร ผู้ผลิตได้รับผลประโยชน์จากการลดต้นทุนที่เกิดจากการลดทรัพยากร พลังงานและของเสีย เรามาทำความรู้จักกับ 5 สัญลักษณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกันเถอะ

5 สัญลักษณ์บนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

1. สัญลักษณ์ฉลากสีเขียว เป็นฉลากที่ออกให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งได้ผ่านการประเมินและตรวจสอบว่าได้มาตรฐานทางด้านสิ่งแวดล้อมตามข้อกำหนดที่ทางคณะกรรมการฉลากเขียวประกาศใช้

2. สัญลักษณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผ่านการทดสอบปนะสิทธิการประหยัดพลังงานที่ได้มาตรฐานตามที่ กฟผ. และกระทรวงพลังงานกำหนด

3. สัญลักษณ์ที่ผลิตมาจากวัสดุแปรใช้ใหม่ เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์นั้นทำมาจากวัสดุรีไซเคิล และสามารถนำกลับไปใช้ใหม่ได้อีกครั้ง

4. สัญลักษณ์ที่ผลิตมาจากป่าที่ปลูก เป็นการรับรองว่าเป็นไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ที่มาจากป่าที่มีการปลูกป่าธรรมชาติและมีการจัดการทรัพยากรอย่างดี

5. สัญลักษณ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์คุณภาพ เครื่องหมายที่บ่งบอกถึงมาตรฐานและคุณภาพของสินค้านั้นๆ ซึ่งคำว่า มอก. ย่อมาจาก มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุสาหกรรม

——

  #greenlibrary #greenbsru