วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ (International Day for Biological Diversity: IDB) #greenlibrary

22 พฤษภาคม วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ

วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ

วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ (International Day for Biological Diversity: IDB) #greenlibrary

วันที่ 22 พฤษภาคม วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ (International Day for Biological Diversity: IDB)

องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 22 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ (International Day for Biological Diversity) เพื่อรำลึกถึงวันที่อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพเริ่มมีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 และเพื่อรณรงค์ให้ประชาคมโลกเกิดความตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ และส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน โดยสำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพจะกำหนดหัวข้อการจัดกิจกรรมที่แตกต่างกันไปในแต่ละปี

โลกเกิดขึ้นมานับล้าน ๆ ปี เป็นศูนย์รวมของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต ไม่ว่าจะยุคไหนสรรพชีวิตต่างดิ้นรนและเอาชีวิตรอดต่อวิกฤตทางธรรมชาติต่าง ๆ จนส่งผลทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงและความหลากหลายทางชีวภาพจนถึงในยุคปัจจุบัน โดยความหลากหลายทางชีวภาพสามารถจำแนกออกได้เป็น 3 ลำดับ คือ

  1. ความหลากหลายทางพันธุกรรม (Genetic Diversity)คือความแปรผันทางพันธุกรรมภายในสิ่งมีชีวิต ส่งผลต่อมาถึง “ยีน” (Gene) ส่งผลให้มีเอกลักษณ์ ลักษณะเด่นหรือความแตกต่างในประชากรของสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ เช่น ลวดลายต่าง ๆ ของแมว สีผิวหนัง แววตาเป็นต้น
  2. ความหลายหลายทางชนิดพันธุ์ (Species Diversity) คือ ความแปรผันทางชนิดพันธุ์ (Species) ที่เกิดขึ้นในระดับกลุ่มของสิ่งมีชีวิต ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากความหลากหลายของพันธุกรรมที่สะสมและวิวัฒนาการเป็นยาวนาน ซึ่งความหลากหลายทางชนิดพันธุ์ถือเป็นผลจากกระบวนการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (Natural Selection) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อความอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงออกไป
  3. ความหลากหลายทางระบบนิเวศ (Ecological Diversity) คือ การดำรงอยู่ของระบบนิเวศแต่ละประเภทบนโลกก็จะแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะระบบนิเวศบนบก (Terrestrial Ecosystems) และระบบนิเวศในน้ำ (Aquatic Ecosystems) เช่น ป่าดงดิบ ทุ่งหญ้า ป่าชายเลน ทะเลสาบ หรือชายหาดและแนวปักการัง และระบบนิเวศเมือง (Eco Urban System) ซึ่งเป็นระบบที่มนุษย์สร้างขึ้น ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตที่อยู่แต่ละพื้นที่ก็จะมีลักษณะและประเภทที่แตกต่างออกไปด้วย (22 พฤษภาคม วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ, 2565)

22 พฤษภาคม ‘วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ. (2565). https://portal.dnp.go.th/Content/

WildFaunaFlora?contentId=1273

#GreenLibrary #greenbsru 

วันสมเสร็จ (Tapir Day) #greenlibrary

27 เมษายน วันสมเสร็จ

วันสมเสร็จ

วันสมเสร็จ (Tapir Day) #greenlibrary

วันที่ 27 เมษายน วันสมเสร็จ (Tapir Day)

ตรงกับวันที่ 27 เมษายนของทุกปี “สมเสร็จ” หรือ ผสมเสร็จเป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 15 ชนิดของประเทศไทย ตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และตามอนุสัญญาCITES Appendix I รวมถึงเป็นสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ตาม U.S. Endengered Species Act จึงได้มีการรณรงค์สมเสร็จ

“สมเสร็จ” สัตว์หน้าตาน่ารักน่าประหลาด ลําตัวมีขนสีขาวและดำตัดกัน ส่วนท้องเป็นสีขาว ส่วนหัวและท้ายลําตัวเป็นสีดำ มีจมูกยื่นยาวคล้ายงวงช้างที่ยืดหดม้วนได้รอบทิศทาง ลำตัวเหมือนหมูแต่มีขายาว มีกีบเท้าคล้ายแรด และมีหางสั้นเหมือนหมี ชอบใช้ชีวิตสันโดษอยู่ในป่าทึบ อาศัยอยู่ในแถบอเมริกาใต้ อเมริกากลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สมเสร็จถือเป็นญาติกับสัตว์กีบคี่อย่างม้าและแรด เมื่อโตเต็มวัยจะมีน้ำหนักราว 250-300 กิโลกรัม สมเสร็จ เป็นสัตว์ที่สายตาไม่ดี แต่มีระบบประสาทรับฟังทางหูและดมกลิ่นดีเยี่ยม ชอบออกหากินเวลากลางคืน โดยใช้จมูกที่เป็นงวงดมกลิ่น เมื่อถูกรบกวน จะหนีลงไปแอบใต้น้ำได้เป็นเวลานาน จึงจะกลับขึ้นมา อาหารของสมเสร็จ 50% คือผลไม้ มันจะใช้จมูกที่เป็นงวงในการดมกลิ่น ดึงกิ่งไม้ ดมหาใบไม้และลูกไม้กินเป็นอาหาร โดยกลืนเมล็ดลงไปด้วย จากนั้นเมล็ดที่อยู่ในอุจจาระของมันจะกระจายไปทั่วป่า จนสมเสร็จได้รับฉายาว่า “นักปลูกป่า”ในประเทศไทย พบสมเสร็จได้ในผืนป่าตะวันตก อาทิ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางและป่าทั่วภาคใต้วิถีชีวิตของ “สมเสร็จ” ก่อให้เกิดสมดุลของโครงสร้างและความหลายหลายของป่า การสูญพันธุ์ของสมเสร็จ จึงจะส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพของป่า“สมเสร็จ” กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จากฝีมือมนุษย์ ในการทำลายป่าดงดิบซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและที่หากินของสมเสร็จ รวมถึงจากการถูกล่าเพื่อนำไปเป็นสัตว์โชว์ในสวนสัตว์ และตายจากกับดักสัตว์ชนิดอื่นที่มนุษย์ไปสร้างไว้

(วันสมเสร็จ,2564)

วันสมเสร็จ. (2564). สืบค้น 24 พฤษภาคม2566. https://www.mnre.go.th/yasothon/th/calendar/detail/2992

#GreenLibrary #greenbsru 

วันคุ้มครองโลก (Earth Day) #greenlibray

22 เมษายน วันคุ้มครองโลก

วันคุ้มครองโลก

วันคุ้มครองโลก (Earth Day) #greenlibray

วันที่ 22 เมษายน วันคุ้มครองโลก (Earth Day)

ตรงกับวันที่ 22 เมษายนของทุกปี ได้มีการจัดให้มีการรณรงค์วันคุ้มครองโลกขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2533 โดยโรงเรียนสอนภาษาสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา และในปี พ.ศ. 2533 ถือเป็นยุคเริ่มต้นของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หลังจากที่นายสืบ นาคะเสถียร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง กระทำอัตวินิบาตกรรม และตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ได้มีการรณรงค์อนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติ ป่าไม้ และผลกระทบอันร้ายแรงจากการตัดไม้ทำลายป่า นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมรักษ์ธรรมชาติเพื่อหารายได้เข้ามูลนิธิสืบนาคะเสถียร ผู้บุกเบิกด้านการอนุรักษ์ป่าไม้คนสำคัญของประเทศไทย

เป้าหมายการคุ้มครองโลก

1.เพื่อลดอัตราการเกิดคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีอยู่อย่างหนาแน่นในบรรยากาศ

2.เพื่อกำจัดคลอโรฟลูออโรคาร์บอน ซึ่งเป็นตัวทำลายสภาพโอโซนและก่อให้เกิดการสะสมความร้อนให้หมดสิ้นไป

3.เพื่ออนุรักษ์สภาพป่าที่เหลืออยู่ ทั้งที่เป็นป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบ

4.เพื่อห้ามซื้อ-ขายสิ่งมีชีวิต ที่อาจทำให้ภาวะการเจริญพันธุ์ลดลงหรือหมดสิ้นไป

5.เพื่อคงสภาพระดับประชากรไว้ ให้อยู่ในสภาพที่สมดุลกับทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่

 6.เพื่อสร้างพลังอำนาจจากองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกให้ร่วมกันปกป้องบรรยากาศ น้ำ และสภาพอื่น ๆ ให้พ้นจากการกระทำที่มิชอบของมนุษย์

7.เพื่อสร้างสำนึกที่จะรักษาโลกไว้ทั้งบุคคล ชุมชน และชาติ

(วันคุ้มครองโลก, 2565)

วันคุ้มครองโลก. (2565). สืบค้น 24 พฤษภาคม 2566. https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/90355

#GreenLibrary #greenbsru 

วันน้ำโลก (World Water Day) #greenlibrary

22 มีนาคม วันน้ำโลก

วันน้ำโลก

วันน้ำโลก (World Water Day) #greenlibrary

วันที่ 22 มีนาคม วันน้ำโลก (World Water Day)

ตรงกับวันที่ 22 มีนาคมของทุกปี น้ำเป็นสิ่งที่มีความสำคัญยิ่งต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก โดยเฉพาะมนุษย์ใช้ประโยชน์จากน้ำในการอุปโภคบริโภคเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต รวมถึงใช้ในภาคการเกษตรและ อุตสาหกรรมซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศ แต่ในปัจจุบันการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนประชากรและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ทำให้เกิดความต้องการใช้น้ำมากขึ้นในทุกภาคส่วน ประกอบกับโลกกำลังเผชิญกับปัญหาภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบต่อวัฏจักรของน้ำบนโลก ซึ่งนำไปสู่ปัญหาและวิกฤติความมั่นคงด้านน้ำ โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาดของประชากรทั่วโลก

     ด้วยเหตุนี้ องค์การสหประชาชาติ ได้ตระหนักถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น และอาจก่อให้เกิดปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรน้ำขึ้นได้ในอนาคต ดังนั้น ในปี ค.ศ.1992 สมัชชาสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 22 มีนาคม ของทุกปีเป็น วันน้ำโลก หรือ World Water Day เพื่อระลึกถึงความสำคัญของน้ำ ซึ่งเป็นความต้องการขั้นพื้นฐาน ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในโลก อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวในหมู่มวลมนุษยชาติ ในเรื่องของการอนุรักษ์น้ำ และการพัฒนาแหล่งน้ำ โดยองค์การสหประชาชาติจะกำหนดหัวข้อประเด็นของวันน้ำโลกในแต่ละปีแตกต่างกันออกไป โดยวันน้ำโลก ในปี 2019 นี้ ได้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Leaving no one behind หรือ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เนื่องจากปัจจุบันประชากรโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและคาดว่าจะสูงถึง 9.8 พันล้านคน ในปี 2050 โดยปัจจุบันมีประชากรจำนวนมากดำรงชีวิตโดยปราศจากน้ำสะอาด ทั้งผู้หญิง เด็ก ผู้อพยพ และอีกหลายๆ ชีวิต ต้องดิ้นรนหาน้ำสะอาดมาใช้เพื่อการเจริญเติบโตและความอยู่รอดของตนเอง ในบางครั้งคนเหล่านี้มักถูกมองข้ามและถูกเลือกปฏิบัติ ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงน้ำที่สะอาดและปลอดภัยได้ โครงการวันน้ำโลก ปี 2019 จึงมุ่งเน้นให้ทุกคนได้รับน้ำที่สะอาดและปลอดภัยอย่างเท่าเทียมกัน

     เนื่องในวันน้ำโลกปีนี้ หากพวกเราทุกคนช่วยกันรณรงค์อนุรักษ์น้ำ โดยการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างเหมาะสม และรู้คุณค่า เช่น การประหยัดน้ำ การหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงการป้องกันการเกิดมลพิษในแหล่งน้ำ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เรามีทรัพยากรน้ำไว้ใช้ได้อย่างยั่งยืนและตลอดไป (ชนินทร์ สาริกภูติ, 2564)

ชนินทร์ สาริกภูติ. (2564). วันน้ำโลก(World water day). สืบค้น 24 พฤษภาคม 2566. https://www.nsm.or.th/nsm/th/node/6239

#GreenLibrary  #greenbsru 

วันป่าไม้โลก (World Forestry Day) #greenlibrary

21 มีนาคม วันป่าไม้โลก

วันป่าไม้โลก

วันป่าไม้โลก (World Forestry Day) #greenlibrary

วันที่ 21 มีนาคม วันป่าไม้โลก  (World Forestry Day)

วันป่าไม้โลกตรงกับวันที่ 21 มีนาคม ของทุกปี ป่าไม้นับได้ว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อมนุษย์โลกทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็น แหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ให้มนุษย์ได้บริโภคใช้สอยและประกอบอาชีพด้านการทำไม้ การเก็บหาของป่า การผลิตไม้แปรรูป ซึ่งสร้างรายได้ให้กับประชาชนจำนวนมาก และที่สำคัญ ป่าไม้ ยังช่วยรักษาสมดุลทางธรรมชาติ รักษาต้นน้ำลำธาร และเป็นที่อยู่ให้กับสัตว์นานาชนิดอีกด้วยแต่ในปัจจุบันการขยายตัวของประชากรโลกอย่างรวดเร็ว จึงเป็นแรงผลักดันให้เกิดการบุกรุกทำลายป่าไม้ เพื่อบุกเบิกพื้นที่ทำกิน และลักลอบตัดไม้ทำลายป่ามากมาย ทำให้ป่าไม้ลดลงอย่างน่าใจหาย ส่งผลให้ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในแต่ละปีทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นและเพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงคุณค่าและประโยชน์ของทรัพยากรป่าไม้และช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้ไม่ให้ถูกทำลายมากไปกว่านี้ จึงมีการกำหนดให้ทุก ๆ วันที่ 21 มีนาคม เป็นวันป่าไม้โลก (World forestry day) ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ต่าง ๆ มากมาย รวมถึงการปลูกป่าในวันนี้ด้วย จึงมีกิจกรรมที่ควรทำเพื่ออนุรักษ์ป่าไม้

  1. ส่งเสริมการเรียนการสอนด้านการสร้างความตระหนักในทรัพยากรป่าไม้เกี่ยวกับการป้าไม้เข้าในหลักสูตรของการศึกษาในทุกระดับชั้น
  2. ปลูกและบำรุงต้นไม้ในบริเวณบ้าน ชุมชน พื้นที่สาธารณะ
  3. ใช้กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะการนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดการตัดต้นไม้มาทำกระดาษ
  4. ปลูกไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับที่สามารถดึงดูดสัตว์ป่า เช่น นก และแมลงเพื่อสร้างระบบนิเวศที่สวยงามให้แก่สิ่งแวดล้อม
  5. ประชาสัมพันธ์ประโยชน์ของการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้แพร่หลายกระจาย สู่วงกว้างโดยการบรรจุวิชาการ

(วันป่าไม้โลก (World Forestry Day) 21 มีนาคม ของทุกปี, ม.ป.ป)

วันป่าไม้โลก (World Forestry Day) 21 มีนาคม ของทุกปี. (ม.ป.ป). สืบค้น 24 พฤษภาคม 2566. https://www.forest.go.th/chonburi9/?p=1389

#GreenLibrary  #greenbsru 

มาตรการประหยัดไฟ#greenlibrary #greenbsru

มาตรการประหยัดไฟ

มาตรการประหยัดไฟ#greenlibrary #greenbsru
มาตรการประหยัดไฟ#greenlibrary #greenbsru

มาตรการการประหยัดพลังงานและลดการใช้ทรัพยากร
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

     ตามที่ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มีนโยบายการพัฒนาห้องสมุดสีเขียว ตามแผนพัฒนาห้องสมุดสีเขียว 5 ปี พ.ศ. 2564-2568 โดยมุ่งเน้นการจัดการสภาพแวดล้อมที่ดีเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในเรื่องการประหยัดพลังงาน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการสร้างความตระหนักรู้ด้านอนุรักษ์พลังงานให้เกิดกับบุคลากรในทุกฝ่าย/งาน ตลอดจนถึงผู้ใช้บริการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศจึงจัดทำประกาศมาตรการการประหยัดพลังงานและการลดการใช้ทรัพยากร

1. มาตรการประหยัดไฟ

  • การใช้เครื่องปรับอากาศ
    • ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 250 C – 260 C
    • ลดชั่วโมงการทำงานของเครื่องปรับอากาศ โดยกำหนดเวลาเปิด-ปิด
    • ปิดเครื่องปรับอากาศก่อนปิดทำการ 30 นาที
    • ตรวจสอบดูแลการทำงานของเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ 2 ครั้ง/ปี
  • การใช้ไฟฟ้าและแสงสว่าง
    • เปิดเฉพาะจุดที่เห็นว่ามีแสงสว่างไม่เพียงพอ หรือเปิดเฉพาะในส่วนที่จำเป็น
    • ปิดสวิทช์ไฟในห้องทำงาน และห้องปฏิบัติการ ระหว่างเวลาหยุดพักกลางวัน
    • ถอดปลั๊กหรือปิดสวิทช์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดหลังเสิกงาน
    • เมื่อต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดต่างๆ ให้ใช้เฉพาะอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน
  • การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่ต่อพ่วง
    • ตั้งเวลาปิดหน้าจออันมัติเมื่อไม่มีการใช้งานเกิน 15 นาที
    • ตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องพิมพ์ในบริเวณที่มีการระบายความร้อน และระบายอากาศได้ดี
    • ตรวจสอบและทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ อยู่เสมออย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

——

#GreenLibrary
#ห้องสมุดสีเขียว #greenbsru